|
สมเด็จวัดระฆังพิมพ์ใหญ่ แม่พิมพ์ช่างสิบหมู่ ขอบล่างฟันหนู
|
||||||||||||||||
|
||||||||||||||||
![]() ส่งข้อความ
|
||||||||||||||||
ชื่อร้านค้า
|
โพธิญาโณ | |||||||||||||||
โดย
|
โพธิญาโณ | |||||||||||||||
ประเภทพระเครื่อง
|
พระเกจิทั่วไป | |||||||||||||||
ชื่อพระ
|
สมเด็จวัดระฆังพิมพ์ใหญ่ แม่พิมพ์ช่างสิบหมู่ ขอบล่างฟันหนู |
|||||||||||||||
รายละเอียด
|
การพิจารณาพิมพ์ทรง (Form & Mold Analysis) เมื่อพิจารณาจากภาพด้านหน้าและด้านข้าง พระองค์นี้จัดอยู่ในกลุ่ม พิมพ์ใหญ่ ที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวชัดเจน: วงพระกร (วงแขน): ทิ้งดิ่งและวาดโค้งได้สัดส่วนสวยงาม แขนซ้ายขององค์พระ (ขวามือเรา) ทิ้งโค้งกว้างและซ้อนวงสูงกว่าแขนขวาเล็กน้อย ซึ่งเป็นไปตามคตินิยมของพิมพ์ใหญ่บล็อกช่างสิบหมู่ พระอุระ (อก) และพระเพลา (หน้าตัก): อกผึ่งผาย นูนเด่นเป็นทรงวี (V-shape) ล่ำสัน เส้นสังฆาฏิพาดบางๆ พอสังเกตเห็น หน้าตักโค้งมนรับกับฐานชั้นบนสุด (ฐานหมอน) ได้อย่างลงตัว ซุ้มครอบแก้ว: มีความหนา ใหญ่ และที่สำคัญคือ "มีการม้วนขอบ" เข้าหาด้านในอย่างเป็นธรรมชาติ ไม่เป็นแท่งเหลี่ยมคมกระด้าง จุดขอบล่าง (ฟันหนู): บริเวณขอบล่างสุดใต้ฐานล่าง มีลักษณะรอยยุบแยกและริ้วรอยเล็กๆ คล้ายรอยจารหรือรอยแม่พิมพ์ขูดขีด (ฟันหนู) ปรากฏอยู่ทางมุมล่างขวาขององค์พระ (ซ้ายมือเรา) ซึ่งตรงตามอัตลักษณ์ของพิมพ์นี้ 2. การพิจารณาเนื้อหาและมวลสาร (Material & Substance) ผิวพรรณของพระองค์นี้มีความน่าสนใจสูงมากในเชิงกายภาพเนื้อปูนเปลือกหอยอายุร้อยกว่าปี: เนื้อผ้าและความหนึกนุ่ม: เนื้อพระดูแห้งเก่า แต่มีความฉ่ำในตัว (หนึกนุ่ม) ไม่แห้งสากกระด้างเหมือนปูนปลาสเตอร์ ผิวพรรณออกโทนสีขาวอมเหลืองหม่น (สีขาวหน่อไม้หรือสีปูนดิบเซ็ตตัว) การกระจายตัวของมวลสาร: ตามพื้นผิวปรากฏจุดเม็ดมวลสารขนาดเล็กสีน้ำตาลเข้ม-ดำ (คาดว่าเป็นผงถ่านก้านธูปหรือแร่เกาะจืด) และจุดสีแดงคล้ำกระจายอยู่ห่างๆ อย่างเป็นธรรมชาติ ไม่ได้จงใจจับตัวเป็นกลุ่มก้อนใหญ่ รอยแยกและรูพรุนปลายเข็ม: มีรอยปริแยกขนาดเล็ก (รอยปูไต่) และรูพรุนที่เกิดจากการย่อยสลายของมวลสารอินทรีย์ตามกาลเวลา ปรากฏอยู่ทั่วไปบนพื้นผิว ทำให้เนื้อพระดูมีมิติความลึก 3. การพิจารณาความเก่าและคราบผิว (Aging & Patina Analysis) มิติความเก่าที่ปรากฏบนผิวพระองค์นี้ ถือเป็นจุดสำคัญในการพิจารณาอายุ: รอยแตกรานแบบสังคโลก (Crackle Pattern): ผิวพระด้านหน้าและด้านหลังมีรอยแตกรานเป็นเส้นเล็กๆ ละเอียด คล้ายรอยรานบนเครื่องปั้นดินเผาสังคโลก รอยรานนี้เกิดจากการหดตัวของเนื้อปูนที่อยู่ด้านในกับผิวชั้นนอกที่ไม่เท่ากันตามอายุขัย และเส้นรานเหล่านี้มีคราบความเก่า (Patina) ฝังลึกเข้าไปในร่อง ไม่ใช่รอยน้ำหมึกทาภายนอก การเซ็ตตัวของปูน (Calcite Appearance): บริเวณส่วนที่นูนเด่น เช่น พระอุระ พระเศียร และเส้นซุ้ม ผิวจะดูเรียบมนและมีความวาวเบาๆ ซึ่งเกิดจากการสัมผัสหรือการงอกของชั้นแคลไซต์บางๆ ที่เคลือบผิวปูนเอาไว้ ทำให้พระดูไม่กระด้าง ด้านหลังและขอบข้าง: ด้านหลัง: มีรอยเหี่ยวย่น รอยขูดขีด และรอยยุบตัวที่เป็นแอ่งกระทะเล็กๆ แสดงถึงการปาดเรียบในยุคโบราณ เส้นรานด้านหลังแตกละเอียดสม่ำเสมอทั่วทั้งแผ่น ขอบข้าง: จากภาพตัดข้าง เห็นรอยครูดและรอยปริแยกจากการตอกตัดขอบอย่างชัดเจน ขอบพระมีความมนเนื่องจากการลบเหลี่ยมด้วยกาลเวลา ไม่คมบาดมือ ฐานข้อมูลสรุปความเห็นทางกายภาพ บทสรุป: พระองค์นี้มี "เนื้อหาและความเก่าที่ดูง่าย" รอยแตกรานธรรมชาติ ริ้วรอยการหดตัวของปูนเปลือกหอย และวรรณะของเนื้อพระ บ่งบอกถึงความเป็นพระแท้ที่มีอายุความเก่าถึงยุค (รัตนโกสินทร์ตอนต้น-ตอนกลาง) อย่างเด่นชัดครับ มิติต่างๆ บนองค์พระสอดรับกันดีมากครับ |
|||||||||||||||
ราคา
|
โทรสอบถาม | |||||||||||||||
เบอร์โทรศัพท์ติดต่อ
|
0658057391 | |||||||||||||||
ID LINE
|
Polkisana | |||||||||||||||
จำนวนการเข้าชม
|
6 ครั้ง | |||||||||||||||
บัญชีธนาคารที่ใช้ยืนยันตัวตน
|
ยังไม่ส่งข้อมูล
|
|||||||||||||||
|
| ||||||||||||||||